บทความที่ได้รับความนิยม

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

ธุรกิจโตเร็วเกินไปอันตราย

ธุรกิจโตเร็วเกินไปอันตราย


หลายบริษัทดูดีไปหมด  จะรู้ได้อย่างไรว่าบริษัทไหนใกล้เจ้งแล้ว  อะไรเป็นตัวบอกเหตุ



                อะไรจะดีหรือแย่อยู่ที่ตัวเรา ไม่ใช่สิ่งแวดล้อมภายนอก

                บริษัทธนาคารพบภัยพิบัติ  แผ่นดินไหวอาคารพังหมด เขาก็เข้าไปเอาเงินมาแล้วทำการตามปกติที่ใหม่ โดยใช้กระดานแผ่นเดียวเป็นโต๊ะทำงาน และเดินต่อจนธนาคารเป็นปกติ

                ธนาคารหนึ่งขาดทุนมากจนกระทบเศรษฐกิจประเทศจะผ่านวิกฤติได้อย่างไร  เราจะรู้ตัวล่วงหน้าได้อย่างไร

                จากการศึกษาข้อมูล  บริษัทต่างๆ  ในสภาพแวดล้อมเหมือนกัน  บริษัทหนึ่งเติบโตขึ้นแต่อีกบริษัทหนึ่งตกต่ำลง  เมื่อเวลาผ่านไป

                เราอาจแบ่งความพ่ายแพ้ของธุรกิจตามวัฎจักรชีวิตดังนี้

                1.  เริ่มประสบความสำเร็จ

                2.  มั่นใจว่าสำเร็จทุกอย่าง

                3.  เริ่มมองไม่เห็นความเสี่ยง

                4.  ดิ้นรนหาทางรอด

                5.  ตายหรือกลายเป็นบริษัทเล็กๆ

ยุค  1

          ผยองใส่แรงพยายามมาก  มีแรงเฉื่อยจากของเดิมแล้วไม่ทำต่อ  หากไม่ทำต่อมีปัญหาแน่ทำอะไรก็สำเร็จลืมว่าต้องมุ่งเน้นว่าสำเร็จได้อย่างไร  คิดว่าใช้ได้ทุกอย่าง  ไม่อยากเรียนรู้  คิดว่าเราเก่ง  ลืมไปว่าเราโชคดี  ประมาทไปว่ามีลูกค้ามากๆ  จนอหังกา  ดูแคลนเอเย่นต์  คิดว่าคู่แข่งด้อยกว่า  ละเลยธุรกิจหลักที่เราเก่ง  กลยุทธ์ของดีราคาถูก  ขายดีแน่นอน  เปลี่ยนเป็นไม่มีนายหน้าเป็นแค่คนแนะนำสินค้าให้ลองเล่นได้  หาคนเก่งมากมาแนะนำมาจากฐานเดิมที่เราเก่งแล้วพัฒนา  ประสบความสำเร็จ  แต่หากทั้งๆ  ขว้างๆ  ธุรกิจจบแน่  ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหลักหรือใหม่

                บริษัทหนึ่ง  20  ปี  ผ่านมา  เหมือนเดิมทุกอย่าง  แม้แต่ชุดแต่งกายสุดท้ายเจ้ง   ประเด็นคือรักษาของเดิมโดยไม่รู้ความหมายทำไปเพื่ออะไร

ยุค  2

                ทำอะไรเกินตัว  คิดว่าใหญ่แล้วดี  ใหญ่กับยิ่งใหญ่ไม่เหมือนกัน  ทำสิ่งที่ไม่เก่งพอ  ไม่ชอบงานพอ  ลงทุนในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ในการแข่งขัน  ทำไม่เหมาะกับวัฒนธรรมองค์กร  ไม่ขับเคลื่อนต่อเนื่อง  ทำเพื่อสะใจสิ้นเปลือง  ลืมวัตถุประสงค์เดิมของบริษัทว่าตั้งขึ้นมาทำไมเติบโตเร็วเกินจนควบคุมไม่ได้

                สัดส่วนงานตามภารหน้าที่หลักมีกี่  %  เช่นตำแหน่งสำคัญ  20  ตำแหน่ง  เก่งพอกี่  %  ถ้าน้อยมีปัญหา  บริษัทต้องไม่โตเกินกว่าจำนวนคนที่จะหามาดูแลกิจการเหมือนกินข้าวแล้วย่อยไม่ทัน  (โตเกินตัว)  พอโตเป็นตัว  จะหาคนที่เก่งพอมารับไม่ได้  เลยรับคนมาและต้องหาระบบกติการะเบียบมามัด  คนเก่งจริงๆ  ก็จะลาออก  คนพอใช้ก็จะมาแทนในที่สุดก็รักษาธุรกิจไม่ได้

                นวัตกรรมมีมากๆ  ดี  เช่นในบริษัทผลิตยา  แต่ต้องรู้ว่ามีมากแล้วเอาไปทำอะไรดี

                ธรรมชาติผู้นำถ่อมตนจะยั่งยืนโตได้  ไม่รู้ก็ก็หาผู้รู้ต้อนรับแบบชาวบ้าน  ถามว่าซื้ออะไรมา  เรียนรู้ตลอด  หาทายาทที่สอดคล้องติดดิน  บางธุรกิจดีปีเดียวเอาของมีปัญหามาขายปีถัดๆ  ไปไม่มีของขายเจ้ง  บางบริษัทมีผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกๆ  ปีครึ่งเน้นนวัตกรรมลืมควบคุมต้นทุนตอบสนองลูกค้าไล่เช้าในที่สุดเจ้ง

                บริษัทยา  สิทธิบริษัทเริ่มจะหมดอายุ  พึ่งมีสินค้าใหม่ที่มีสิทธิบัตรพึ่งได้รับการพิสูจน์  มีผลกระทบข้างเคียงต่อหัวใจ  ยอดขายดีมากๆ  2-3  ปี  มีคนพิสูจน์ว่ามีผลต่อหัวใจ  ตัดสินใจถอนยาออกจากตลาด

                ผู้มีอำนาจในอาณาจักรโรมัน  ใช้วิธีแนะนำไม่ใช่สั่งบ้านพออยู่ไม่ต้องใหญ่โต   เติบโตมาก  แต่ล้มในช่วงหลังเพราะทายาทไม่เก่ง  บอร์ดธุรกิจอาจหา  CEO  จากภายในหรือภายนอกที่สอดคล้องกับธุรกิจ  ธุรกิจเติบโตได้ต้องเป็นทีมและ  CEO  คนเดียวทำให้ธุรกิจเจ้งได้

ยุค  3

                เริ่มปฎิเสธข้อมูลที่เป็นลบ  รับแต่ที่ชอบ  ข้อมูลงงๆ  ก็จะไม่ยอมรับ  เช่น  โทษเศรษฐกิจตก  คู่แข่งขัน  ภัยพิบัติ

                ไปทำธุรกิจใหม่ที่ไม่ถนัด  ยอมรับความเสี่ยงโดยไม่ลงลึกรายละเอียด  เจ้ง  ช่วงนี้ธุรกิจยังรุ่งอยู่แต่สูงสุดแล้ว

                แนวคิดโทรศัพท์ที่มีปัญหาไม่ครอบคลุม  จึงคิดจะผ่านระบบดาวเทียมทั่วโลก  ลงทุนมากเท่ากำไรทั้งปี  ยุคนั้นเริ่มมีระบบเซลลูล่าร์ตั้งสถานีบนพื้นดินได้ช่วงนั้นจึงไม่จำเป็นต้องผ่านดาวเทียม  แต่มีขีดจำกัดว่าต้องหยุดเคลื่อนที่และอยู่นอกอาคารก่อนโทรศัพท์  ตัดสินใจลงทุนหนัก  คนไม่นิยมเลยเจ้งเพราะเชื่อมั่นในตัวเอง  ใส่แรงพยายามมาก  ไม่อยากล้มโครงการ

                อุปกรณ์สอนพูด  โดยผ่านชิฟ  ซึ่งมีหลากหลายเจริญรุ่งเรืองมา  2  ปี  โดยมีพื้นฐานการทดลองอย่างดีว่าได้ผลจึงโตมาตลอด

                ยานกระสวยอวกาศ  มีปัญหาโอลิงมีแต่คุยกันว่าที่อุณหภูมินี้ปลอดภัยหรือเปล่ามีแต่คุยกันไม่ยอมทดสอบก่อนใช้งานแล้วเอาไปใช้งาน  ผลยานระเบิด  ให้ไปดูกระบวนการตัดสินใจของผู้นำ  เช่นเรือรั่วอยู่บนน้ำหรือในน้ำ  รูใหญ่รูเล็ก  ก็จะตัดสินใจซ่อม  การตัดสินใจจะเดินหน้าต่อหรือจะชะลอโครงการอาจจะดีกว่ามีความเสี่ยงถึงขั้นระเบิด

                คอมพิวเตอร์ก่งเมนเฟรมแต่แนวโน้มตลาดเป็นแบบตั้งโต๊ะแต่ก็เดินหน้าต่อ  ผลคือเจ้ง

                ปรับองค์กรหลายๆ  ปี  แบบตกใจ  ลืมว่าเหตุอยู่ไหนในที่สุดเจ้ง

ยุค  4

                หาทางรอด  หาผู้นำเก่งๆ  จากภายนอกมา  ทำวัฒนธรรมองค์กร  พยายามยึดครองเป็นเจ้าของคนอื่น  ทำแบบตื่นตะหนกทำแบบให้มีกิจกรรมทำ  ยึดเขามาแล้วบริหารไม่ได้

                สิ่งที่พลาดไปคือโตเร็วเกินไปในเวลาสั้นๆ  ในการเพิ่มยอดขายแล้วไม่ยั่งยืน  ซึ่งขัดกับคนแรกๆ  บอกแนวทางไว้ว่าอย่าโตเร็วเกินไปจะหาคนมาทำไม่ได้

                ยอดสุภาพสตรีคนเก่ง  ดูทันสมัย  หนังสือนิตยสารรุมตอมีการพูดถึงแนวทางแต่ไม่ลงละเอียด  ปรากฎว่าธุรกิจตกลงอีก

                CEO  คนใหม่มาแบบชาวบ้านๆ  เข้ามาฟังวิเคราะห์สถานกาณ์มาวันแรกมาพูดถึงวิสัยทัศน์ เขาเข้ามาฟังก่อน  หาที่ปรึกษาดีๆ  มา  หาคนเก่งมาปรึกษา  มาทำวิสัยทัศน์  ธุรกิจโตขึ้น

                เครื่องโรเนียวยิ่งใหญ่มาก  เกิดนวัตกรรมใหม่  มีเครื่องถ่ายเอกสารเป็นคู่แข่ง  ขายดีจนป้อนไม่ได้  ส่งสินค้าไม่ทันหา  CEO  มาใหม่ทำ  Change  ทำ  Culture  ปรากฎว่าขาดทุนปีเดียวกินกำไรที่ทำมา  50  ปี  ล้มเหลวอีกเป็นการแก้และทำแบบพานิคหรือตกใจ  ทำสักแต่ว่าทำเหมือนทหารตกใจสักแค่ว่ายิงๆ  จนกระสุนหมด

                เมื่อมีเหตุการณ์ให้หยุดหายใจลึกๆ  ฝึกสติแล้วจะเห็นปัญหาแล้วจะแก้ถูกทาง

ยุค  5

                ยุคสุดท้าย  หากธุรกิจถึงยุคนี้แล้วโคม่าทางรอดยากสิ้นหวัง  หมดทรัพยากรที่จะต่อสู้  หากสู้ต่อก็ต้องคิดให้ดีๆ  เพราะสถานะการเงินแย่  หนี้สินมาก  ค่าใช้จ่ายภารมาก  มูลค่าหุ้นตกต่ำสุดๆ  ภาวะนี้ลดจำนวนคนงานให้เหมาะกับงานพอมีกำไรก็ขายบริษัททิ้งไป  เลือกเชือดบางธุรกิจ

                การประมาทคู่แข่งต่างชาติอาจพลาดพลิง  ผู้นำโทษเหตุปัจจัยอื่น  เช่นวิกฤติน้ำมัน  แรงงานมีปัญหา  โทษอื่นๆ  หมดกำลังผลิตเหลือก็ขายลดราคา  ธุรกิจใหญ่มาก  ควบคุมไม่ได้ทั้งที่มีกำลัง

ข้อสังเกต

                บางแห่งไม่เรียงตามยุค  เวลาก็ไม่แน่นอนอาจไม่กี่ปี  ธุรกิจเจ้งจากตัวเองเป็นส่วนใหญ่และส่งผลมาก  สภาพแวดล้อมมีผลบ้างไม่มาก  ธุรกิจที่สำเร็จต้องเชื่อข้อจริง  อย่ามองโลกแง่ดีหรืออยู่ใช้ความเชื่อมั่นนำเท่านั้น

                ไม่ว่าจะเกิดขึ้นอย่ายอมแพ้  อย่ายอมจำนนต่อผู้มีอำนาจ  อย่ายอมคู่แข่งที่ข่มขู่


ภูมิปัญญาอภิวัฒน์
 Budding Wisdom
http://www.budmgt.com/topics/top01/migthy-fall-ngivein.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น