มาเริ่มกันเลยนะครับที่ผมพอจะนึกออกก็คงหนีไม่พ้น3เเหล่งดังนี้!
1). พาหุรัด ครับสำหรับคนเริ่มทำ ควร จะมาซื้อที่นี้ เพราะ ซื้อ ไม้เดียวหรือเป็นหลาก็ได้สำหรับคนงบน้อย ที่ต้องการมาขายไม่เยอะมาก ก่อน ที่นี้มีหลายร้าน
ผ้าหลายชนิดครับ ชีฟอง ผ้าลาย มัสลิน หรือ ผ้าลายสก๊อตมีหมดครับ บ้างร้านขายเป็นหลา บ้างร้านขายเป็นเมตร ถ้าเดินถามราคา ก็ ควรถามเป็นหลานะครับ แล้วถ้าว่าขายส่งเท่าไร เพราะในบางครั้งคนขายเห็นเราไม่รู้เรื่องก็จะเปิดราคาสูงๆให้เราได้ครับ ควรเดินเช็คราคาหลายๆร้านนะครับจะได้ของดีเเละถูกจริงๆ สำหรับเเผนที่การเดินทางก็ตามรูปด้านล่างเลยครับ
2). สำเพ็ง ที่นี้เป็นแหล่งใหญ่สุดครับ สำหรับเจ้าของร้านเสื้อผ้าใหญ่ๆเช่นที่ เเถวประตูน้ำ โบ๊เบ๊ บ้างที ที่พาหุรัดยังรับที่นี้ไปขายเรยครับ ราคาถูกกว่าแต่ก็ต้องซื้อขั้นต่ำ 10 ไม้ ซื้อขายไปซักพักก็เครดิตได้ครับ แต่ต้องทุนหนาหน่อยจึงมาซื้อที่นี้นะครับ
>>ผมคิดว่าน่าจะเป็นเเหล่งใหญ่ที่สุดเเละถูกที่สุดนะครับ ลองเดินเลือกขอตัวอย่างดูครับ ส่วนใหญ่ร้านเค้าขายส่งทั้งนั้นนะครับ
3).วัดสน ที่นี้เป็นแหล่ง ขายผ้ายืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศครับ หาใครต้องการตัด เสื้อยืด หรือแฟชั่น ผ้ายืด ต่างต้องมาที่นี้ครับมีหลายประเภท หลายลายให้เลือก ขายกันเป็น พับ เป็นโลนะครับ
การขายผ้าเนี่ยไม่ยากครับ คุณต้องหาทำเลดีๆครับ เเละขายในราคาที่ไม่เเพงมากเกินไปครับ ในระยะเเรกตอนเปิดร้านก็ ขายให้ต่ำกว่าคู่เเข่งซักเล็กน้อยครับ เพราะ เราเพิ่งเปิดร้านครับ อาศัยกินเเต่น้อยๆเเต่กินนานครับพี่น้อง
ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ทอจากเส้นไหมซึ่งเป็นใยธรรมชาติที่แข็งแรงที่สุด มีความมันวาว ดูแล้วสวยงามแตกต่างจากผ้าที่ทอด้วยเส้นใยชนิดอื่น และเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งของประเทศไทย และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันเพราะ
ประเทศไทยส่งออกผ้าไหมมูลค่าปีละประมาณ 500 ล้านบาท (ตารางที่ 4) ซึ่งคิดเป็น 40 % ของปริมาณผ้าไหมที่ผลิตส่วนอีก 60% ของผ้าไหมไทยจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว และบุคคลทั่วไปในประเทศ ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวม 8000 - 1,000 ล้านบาท จากการสำรวจพบว่ามีโรงงานทอผ้าไหมขนาดใหญ่ และขนาดเล็กจำนวนประมาณ 70 โรง และมีจำนวนร้านค้าผ้าไหมภายในประเทศมากกว่า 500 แห่ง การผลิตผ้าไหมไทยเป็นการแสดงออกถึงศิลปพื้นบ้าน
และเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ซึ่งทำให้ผ้าไหมที่ทอในแต่ละภูมิภาค จะมีเอกลักษณะเฉพาะของตนเอง ทำให้ผ้าไหมไทยมีความหลากหลายในตัวเอง ทั้งทางด้านกรรมวิธีการทอลวดลายและรูปแบบของผ้าซึ่งเอกลักษณ์ต่างๆ เหล่านี้ สามารถใช้เป็นตัวกำหนดถึงแหล่งของการผลิตได้ ประเภทของผ้าไหมที่ทอพื้นบ้าน ถ้าหากแบ่งตามกรรมวิธีการทอสามารถแบ่งได้ดังนี้ เป็นผ้าไหมที่ทอลายขัดโดยใช้เส้นยืน และเส้นพุ่มธรรมดาตลอดกันทั้งผืน ผ้าที่ออกมาจะเป็นผ้าสีพื้นเรียบ ไม่มีลายโดยใช้เส้นยืนและเส้นพุ่งเป็นสีเดียวกันหรือใช้สีต่างกันก็ได้ เป็นผ้าที่นิยมใช้กันทั่วไป ซึ่งผ้าไหมไทยที่ส่งออกต่างประเทศ คณะกรรมการส่งเสริมสินค้าไหมไทยได้กำหนดมาตราฐาน โดยแบ่งผ้าไหมเป็น 6 ชนิด คือ
1. ผ้าไหมไทยชนิดบางมาก (Light Weight)
2. ผ้าไหมไทยชนิดบาง (Medium Weight)
3. ผ้าไหมไทยชนิดหนา (Heavy Weight)
4. ผ้าไหมไทยชนิดหนามาก (Extra Heavy Weight)
5. ผ้าไหมไทยชนิดหนาพิเศษ (Drapery Weight)
6. ผ้าไหมไทยชนิดหนามากพิเศษ (Upholstery Weight)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น